เฉลยแล้ว!’ไข่ต้มจนเป็นสีเขียว’ อันตรายก่อมะเร็งได้?

“อ.เจษ” ลุยเผยข้อเท็จจริง หลังโซเชียลกระหน่ำแชร์คลิป “ไข้ต้มนานจนไข่แดงเป็นสีเขียว ก่อมะเร็ง!” ยันไม่ได้อันตรายอย่างที่คิด จากกรณีโลกออนไลน์เกิดกระแสการแชร์คลิปสาธิตวิธีการต้มไข่ไก่จากรายการโทรทัศน์ต่างประเทศ โดยในรายการดังกล่าวมีการอ้างว่าหากต้มไข่ในระยะเวลานาน เมื่อผ่าไข่ออกมา บริเวณที่เป็นไข่แดงจะเริ่มเป็นสีเขียวซึ่งก่อให้เกิดโรคมะเร็ง จนเรื่องดังกล่าวกลายเป็นกระแสตื่นตระหนกพร้อมแชร์ต่อไปทั่วสังคมออนไลน์อย่างล้นหลามนั้น

เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาโพสต์ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก@อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ ระบุ “ไข่ต้มนาน จนไข่แดงมีสีเขียว… ไม่ได้ก่อมะเร็งครับ” จากที่มีการแชร์คลิปรายการทีวีภาษาจีน ที่ทำการต้มไข่ด้วยเวลาต่างกัน แล้วไข่ใบที่ต้มนานกว่า 10 นาทีนั้น พอผ่าออกมา พบว่าส่วนไข่แดงเริ่มมีสีเขียวหุ้มทั้งหมด พิธีกรในรายการก็บอกว่า เป็นไข่ต้มที่อันตราย ก่อมะเร็งได้ ทำให้มีคนตกใจกันมาก เพราะหลายคนก็เคยพบเจอ เคยกินไข่แบบนี้ ตนอยากจะบอกว่าอย่าตกใจ มันไม่ได้อันตรายแต่อย่างไร

โดยสีเขียวของไข่ที่เห็นขึ้นเป็นชั้นรอบไข่แดงต้มนั้น ไม่ใช่ความผิดปรกติของไข่ แต่เกิดจากการที่เราต้มไข่นานเกินไป จนทำให้ธาตุซัลเฟอร์ (กำมะถัน) และไฮโดรเจนตามธรรมชาติในไข่ขาว ทำปฏิกิริยากันเกิดเป็นไฮโดรเจนซัลไฟด์ขึ้น แล้วไฮโดรเจนซัลไฟด์นี้ไปทำปฏิกิริยากับธาตุเหล็กตามธรรรมชาติในไข่แดง เกิดเป็นสารประกอบสีเขียวอมเทา ชื่อ เฟอรัสซัลไฟด์ (ferrous sulfide) หรืออีกชื่อคือ ไอรอนซัลไฟด์ (iron sulfide) ซึ่งไม่ใช่สารอันตราย หรือ ก่อมะเร็ง อย่างที่ว่าแต่อย่างไร ซึ่งวิธีการหลีกเลี่ยงการเกิดสารสีเขียวนี้ คือการต้มไข่ไม่ให้นานเกินไป และให้ไปแช่น้ำเย็นทันที จะหยุดการเกิดปฏิกิริยาได้. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews